Custom Search

Patchra
20-05-2012 20:37
5649
Online: 8 user(s)
Ruby

ทับทิม ใช้เป็นพลอยประจำเดือนเกิด เดือนกรกฎาคม คำว่า ทับทิม "Ruby" มาจากภาษาลาติน "ruber" หรือ "rubeus" แปลว่า "สีแดง" ส่วนรากศัพท์เดิมจากภาษาสันสกฤตนั้น คือ "Ratnaraj" หรือ "Ratnanayaka" แปลว่า "ราชาแห่งหินมีค่า หรือผู้นำแห่งหินมีค่า"

คำว่า "มณีแดง" ในตำรานพรัตน์นั้น หมายถึง ทับทิมหรือกะรุน ที่มีสีแดงนั่นเอง จะมีสีแดงอ่อนแก่ขนาดใดนั้น แล้วแต่ธรรมชาติ ของทับทิมที่พบ อาจมีสีแดงเข้มไปจนกระทั่งสีชมพูอ่อนๆ หรือสีแดงอมชมพู แดงอมส้ม แดงอมม่วง เป็นต้น

สีของทับทิมในแต่ละเม็ด อาจจะไม่สม่ำเสมอเท่ากันตลอด ทั้งหมด โดยมีส่วนไม่มีสีแทรกสลับปนอยู่ในส่วนสีแดงก็ได้ กรณีเช่นนี้สามารถที่จะทำให้พลอยมีสีสม่ำเสมอได้ โดยการให้ความร้อน (Heat Treatment) แต่จะต้องเพิ่มความร้อนทีละน้อยจนกระทั่งมีความร้อนสูง พลอยจะไม่แตก

ทับทิม มีคุณสมบัติการเปลี่ยนสีได้สองสี (Dichroism) จะเห็นได้ชัดในชนิดที่มีสีเข้ม จะเห็นแดงเข้มชัดอย่างเดียว แดงอมม่วง หรือแดงอมส้มในทิศทางหนึ่ง และมีสีอ่อนจางลง เมื่อมองดูในทิศทางที่ตั้งฉากกัน (อย่างไรก็ตาม การแสดงคุณสมบัติ ดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องพบเห็นได้เสมอไป พลอยบางเม็ดอาจไม่แสดงก็ได้) ดังนั้น ช่างเจียระไนพลอยจึงมัก จะทำการเจียระไนโดยให้พื้นหน้าบนขนานกับฐานของผลึก ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้เกิดสีเข้มที่สวยงาม

 

สีของทับทิมที่นิยมกันมากที่สุดคือ สีแดงเข้มบริสุทธิ์ (Pure carmine red or carmine red) และอมสีน้ำเงิน หรือฟ้าอ่อนนิดๆ แต่ก็มิใช่ว่ามีสีนั้นปนมากเกินไป จนกระทั่งทำให้สีของทับทิมเปลี่ยนจากแดงบริสุทธิ์ไปเป็นแดงอมม่วงมาก ซึ่งจะทำให้ราคาตก สีแดงดังกล่าวนี้เทียบได้กับสีแดงดั่งเลือดนกพิราบสดๆ (Pigeon's blood red) ซึ่งเป็นสีทับทิมคุณภาพเยี่ยมจากพม่า ที่ทั่วโลกยอมรับว่าสวยที่สุด ความนิยมในเรื่องสีของทับทิมนั้น อาจแตกต่างกันไปบ้างในแต่ละแห่ง เล่ากันว่าทางไทยเราส่วนใหญ่นิยมสีแดงอมส้ม ส่วนทางพม่านิยมสีแดงอมชมพู แต่ทางอเมริกา และประเทศยุโรปบางแห่ง นิยมสีแดงเข้ม และหากเป็นไปได้ก็จะเลือกชนิดที่มีเนื้อใสสะอาด ส่วนชาวญี่ปุ่น และจีนนิยมสีชมพู ทับทิมเป็นรัตนชาติที่มีราคาแพงมากที่สุด ในกลุ่มแร่ตระกูลคอรันดัมทั้งหมด ชนิดเม็ดโต ที่มีน้ำไฟและสีสวย คุณภาพชั้นหนึ่งนั้น ราคาแพงกว่าเพชรเสียอีกในขนาดเท่าๆ กัน

ทับทิมอีกแบบหนึ่งซึ่งมีส่วนสีขาวขุ่นๆ หรือใสปนแทรกอยู่ภายในเนื้อ เรียกกันว่า กินบ่เซี่ยง ก็นิยมกันพอสมควร คำนี้หมายถึง กินไม่หมด เชื่อกันว่า ถ้าใครมีไว้ถือว่าเป็นมงคลแก่ตัวเอง จะร่ำรวย มีกินมีใช้ตลอดชีวิต ใช้เท่าไรก็ไม่หมด

 


การเจียระไนทับทิมโดยปกติมีอยู่ 2 แบบ คือ

  1. เจียรแบบเหลี่ยม โดยจะเจียระไนกับทับทิมที่มีคุณภาพดี สีสวย เนื้อใส และตำหนิน้อย ซึ่งมีราคาแพงทำให้เปล่งประกาย งามระยิบระยับจับตามาก

  1. เจียรแบบหลังเบี้ย หรือหลังเต่า ซึ่งจะเจียระไนแบบนี้กับทับทิมที่มีคุณภาพไม่ดี เช่น แตกร้าว เนื้อขุ่นหรือเนื้อทึบ เป็นต้น และยังเจียระไนแบบหลังเต่ากับพวก ทับทิมสตาร์ (Star Ruby) ซึ่งมีรูปดาว 6 แฉกอยู่บนหน้าพลอย และ พลอยกินบ่เซี่ยง

 


ititle08.gif (991 bytes)

ทับทิมมีมากที่ไทย เขมร เวียดนาม อินเดีย ศรีลังกา อัฟกานิสถาน แอฟริกา อเมริกา ออสเตรเลีย และยังมีประปรายที่โคลัมเบีย เนปาล ปากีสถาน

ไทย มีแหล่งทับทิมมากที่จันทบุรี ตราด ทับทิมไทยจะมีสีแดงอมม่วง แดงอมน้ำตาล และแดงคล้ำ หรือที่เรียกว่าแดงดำ แต่เนื้อพลอย ค่อนข้างสะอาด มีตำหนิน้อย (มักเรียกว่า แดงสยามหรือทับทิมสยาม)

เขมร ทับทิมเขมรมีคุณภาพและคุณสมบัติเหมือนกับทับทิมไทย

ศรีลังกา ทับทิมศรีลังกามักจะมีเนื้อใสสะอาด ไฟดี แต่สีไม่ค่อยเข้มแดง ส่วนใหญ่จะเป็นสีออกชมพูมากกว่า ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มแซฟไฟร์สีชมพู (Pink Sapphire)

พม่า ทับทิมของพม่าจะมีสีสดกว่าทับทิมไทย มีสีแดงอมชมพูและ แดงเลือดนก ซึ่งจัดว่าเป็นสีที่มีราคาแพงและหาได้ยาก แต่พลอยทับทิมของพม่า มักจะมีตำหนิมากกว่าของไทยและเขมร ดังนั้นทับทิมพม่าที่มีสีแดงเลือดนกและเนื้อสะอาดด้วยนั้นจึงมีราคาแพงมาก เพราะเหตุที่หาได้ยากนั่นเอง

เวียดนาม ทับทิมเวียดนามมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับทับทิมพม่ามาก บางครั้งการดูด้วยตาเปล่าก็ไม่สามารถแยกแหล่งได้

อินเดีย และ แถบแอฟริกา มักจะมีสีแดงคล้ำ อมแสดอมม่วง คล้ายสีน้ำหมาก และเนื้อค่อนข้างทึบ ตำหนิมากเป็นส่วนใหญ่ ราคาจึงถูกกว่าแหล่งอื่นๆ

ส่วนที่พบในที่อื่นๆ นั้นมีคุณภาพต่ำ หรือมีขนาดเล็กๆ และปริมาณไม่มากนัก

 


ป็นทับทิมที่ทำเลียนแบบทับทิมธรรมชาติ เนื่องจากทับทิมธรรมชาติมีารคาสูวมากโดยเฉพาะเม็ดที่ไม่มีตำหนิเลยค่อนข้างหายาก จึงมาการทำปลอมขึ้น เพื่อสนองความต้องการของตลาด การทำปลอมขึ้นนี้มีหลายวิธีซึ่งบางวิธีง่ายต่อการพิจารณา บางวิธีต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบ เช่น
  1. ปลอมโดยวิธีเลียนแบบธรรมชาติ คือใช้ธาตุต่างๆ ตามธรรมชาติของทับทิม แล้วใช้ความร้อนสูง มีแรงกดดันสูง และถูกต้องเหมือนกับสภาพทางธรรมชาติ ที่เกิดขึ้น จะได้ทับทิมที่สวยเหมือนธรรมชาติ และราคาถูก กว่าเพราะผลิตได้รวดเร็ว ใช้เวลาน้อย การสังเกตการเลียนแบบวิธีนี้ ค่อนข้างยาก เพราะใกล้เคียงธรรมชาติมาก ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะให้ผลได้ถูกต้อง แต่ถ้าจะตรวจสอบอย่างง่ายๆ เพียงสังเกตตำหนิ ถ้าพลอยที่สวยงามไม่มีตำหนิเลย ก็น่าที่จะเป็น ของที่ทำขึ้นมากกว่าของธรรมชาติ โดยธรรมชาติ กว่าจะตกผลึกต้องผ่านสารหลายอย่าง อาจมีตำหนิ ผิดจากของที่ทำขึ้นจะไม่มีตำหนิเลย
  2. ปลอมโดยวิธีใช้วัสดุอื่น เช่นใช้พลาสติก จะสังเกตได้ง่ายคือ มีน้ำหนักเบา เหลี่ยมไม่คม การทำเทียมโดยใช้แก้วหล่อ จะสังเกตเห็น ฟองอากาศเป็นรูปกลมๆ ในเนื้อแก้วซึ่งจะเกิดจาก ช่องว่างในระหว่างที่หล่อ บางครั้งอาจจะไม่มีฟองอากาศก็ได้ แต่ควรสังเกตดูประกายและแสงสะท้อน ถ้ามีแสงสะท้อนน้อย ไม่มีความแวววาวสวยงามก็ไม่ใช่ของแท้ และสังเกตความแข็งโดยใช้พลอยที่อ่อนกว่าขีดดู เพราะพลอยแต่ละตระกูล มีความแข็งมาตรฐานที่แน่นอน
  1. ปลอมโดยพลอยแท้ หมายถึง ใช้พลอยที่เกิดจากธรรมชาติ มาเลียนแบบ เช่น สปิเนลที่มีสี และคุณภาพดี ใช้โกเมน สีออกแดง เป็นต้น เพราะพลอยเหล่านี้ มีราคาถูกกว่า และการตรวจสอบ ก็ดูออกได้ยากกว่า การใช้พลาสติกหรือแก้วหล่อ
  2. ปลอมโดยใช้ เทคนิค ซึ่งมีอยู่หลายแบบเช่น
    • พลอยปะสองชั้น คือพลอยสองชั้น โดยมีชั้นบนเป็น พลอยแท้ ชั้นล่างเป็นพลอยวิทยาศาสตร์ หรือเป็นพลอย ธรรมชาติที่ไม่ใช่ทับทิมก็ได้ มาปะติดกันโดยใช้ ความร้อน หรือพลอยสองชั้นปะติดกัน โดยมีวัตถุใส ไม่มีสีเป็นตัวเชื่อมปะอยู่ตรงกลาง
    • พลอยปะสามชั้น หมายถึงพลอย 2 ชั้น ปะติดกันโดยมี วัตถุที่มีสีเชื่อมอยู่ตรงกลาง โดยที่ตัวเชื่อม ซึ่งมีสีที่ปะอยู่ตรงกลางนี้ จะเป็นตัวทำให้พลอย มีสีตามตัวกลาง หรือพลอยปะ 3 ชั้น ปะติดกัน โดยมีวัตถุใสไม่มีสีเป็นตัวเชื่อมปะอยู่ตรงกลาง

    ซึ่งการปลอมโดยวิธีนี้บางครั้งก็ยากแก่การตรวจสอบ เพราะถ้าดูแต่ด้านหน้าก็พบว่าเป็นพลอยธรรมชาติทุกประการ ดังนั้นการสังเกตจึงจำเป็นต้องตรวจสอบ ทั้งด้านข้าง และด้านหลังโดยละเอียด สังเกตตามบริเวณขอบพลอย ว่ามีรอยต่อหรือไม่ ส่วนใหญ่รอยต่อจะทำไว้ให้เหมือนสกปรก เพื่อจะดูว่าเป็นรอยแตก เป็นต้น การสังเกตต้องใช้กล้องขยาย ส่องดู ถ้าพบสิ่งสงสัยก็ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจดู ซึ่งต้องใช้ เครื่องมือ หรือกล้องขยายชั้นสูงตรวจสอบ

home

 

Copyright © 2007-2012 www.patchra.net