|
การเกิดรูปดาวหรือสตาร์
(Star)นั้นเรียก แอสเทอริซึม
(Asterism)
บ้างก็ว่าเนื่องจากมีสารมลทินแปลกปลอมปะปนกระจัดกระจาย
อยู่ภายในผลึกของพลอย
ในขณะที่พลอยเกิดผลึกนั้น
พวกสารมลทินเหล่านี้มิได้ละลายหลอมตัวเข้าไปในเนื้อพลอย
ด้วย
แต่เกิดเป็นแร่มลทินแปลกปลอมซึ่งรวมตัวอยู่ต่างหาก
ภายในเนื้อพลอย
แร่ที่เป็นมลทินแปลกปลอมในลักษณะนี้เรียกว่า
อินคลูชัน (Inclusion)
แร่เป็นมลทินที่รวมตัวอยู่นี้
จะทำให้ พลอยมีสีมัว
หรือมืดทึบกว่าเดิม
เมื่อเข้าไปอยู่ในเนื้อพลอย
แล้วเกิดรวมตัวเป็นรูปเข็มเล็กๆ
วางตัวชี้ไปในทิศทางที่ต่างกัน
อาจจะมีเพียง 2 ทิศทาง หรือ 3
ทิศทาง แต่ละกลุ่ม
หรือแต่ละทิศทางจะวางตัวในแนวขนาน
กับหน้าด้านข้าง ของพลอย
บางตำราก็อธิบายไว้ว่าภายในเนื้อพลอย
มีท่อ หรือรูกลวงเล็กๆ
เหมือนรูปเข็มดังกล่าวมาแล้วข้างต้น
บ้างก็กล่าวว่าเป็นพวกแร่รูไทล์
(Rutile) เป็นเส้นตรงยาวๆ
วางตัวในแนวทางต่างๆ กัน 3 ทิศทาง
วางตัวในแนวพื้นราบ
ที่ตัดตั้งฉากกับแนวยาวของผลึกพลอย
และมีทิศทางของ แนวยาวนี้
ขนานไปกับเหลี่ยมด้านข้างของผลึก
แนวยาว
ของผลึกแร่รูไทล์นี้จะตัดกันเป็นมุม
60 องศา

มลทินรูปเข็มหรือแร่รูไทล์ที่วางตัวในทิศทางต่างกันภายใน
เนื้อพลอยนั้น
เมื่อนำมาเจียระไนหรือขัดมันชนิดรูปโค้งหลังเต่า
อันมีผลให้ทำหน้าที่คล้ายเลนส์
(lens) ได้ ช่วยในการดึงภาพ
ของสตาร์ให้มองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น
หรือถ้าหากยังไม่เจียระไน
ใช้น้ำหยดลงไปบนหน้าพลอยดิบ
ก็พอจะช่วยให้มองเห็นภาพ
ได้ชัดขึ้น
ทำให้ทราบหรือสามารถทายว่าพลอยเม็ดไหน
จะให้สตาร์หรือไม่ |
|
หากแต่ละกลุ่มของรูปเข็มวางตัวชี้ไปในทิศทางที่ต่างกันถึง
3 ทิศทาง
ภาพที่ปรากฎจะเกิดเป็นรูปดาว 6
แฉก หรือมีขาหกขา
ถ้าวางตัวชี้ไปในทิศทางต่างกันเพียง
2 ทิศทาง ภาพที่ปรากฎ
ก็จะเกิดเป็นรูปดาว 4 แฉก
หรือมีขา 4 ขา พลอยพวกที่ให้สตาร์ 4
ขา
ปกติมีรูปผลึกจัดอยู่ในระบบไอโซเมตริก
(Isometric) หรือ เททราโกนาล (Tetragonal)
เท่านั้น อีกประการหนึ่ง หากว่า
ภายในเนื้อพลอยมีแร่ที่เป็นมลทิน
ปะปนอยู่มากเกินไป จะทำให้
เห็นเป็นสีมือทึบ
ไม่ปรากฎเป็นสตาร์ หรือถ้าหากมี
แร่ที่เป็น
มลทินน้อยเกินไปสตาร์ที่ปรากฎก็จะเห็นไม่ชัด
(ในการสังเคราะห์พลอยที่จะทำให้เกิดสตาร์นั้นก็ใช้ส่วนประกอบ
เหมือนกับพลอยในแต่ลุชนิดนั้น
เพียงแต่ใส่ มลทินพวกนี้ลงไป
จำนวนปริมาณพอดีๆ (ประมาณ 0.1-0.3
เปอร์เซนต์)
ก็จะทำให้เกิดสตาร์ได้)

ในการที่จะตัดเนื้อพลอยเพื่อนำมาเจียระไนให้ได้สตาร์เท่ากันหมด
และแหลมคมชัดที่สุดนั้น
ไม่ว่าจะตัดจากส่วนใดของผลึกก็ตาม
จะต้องเลือกตัดในแนวที่ตั้งฉากกับแนวแกนยาวของพลอยจริงๆ
โดยปกติตามธรรมชาติมักจะไม่พบผลึกที่เด่นชัดมีหน้าครบสมบูรณ์
ต้องพยายามสังเกตดู
อาจจะใช้รอยแตกแนวราบของพลอย
เป็นเครื่องสังเกต
ซึ่งเรามักจะพลเห็นแต่เป็นแผ่นหนาเล็กน้อย
เลือกตัดพลอยให้ขนานกับแนวนี้
นั่นก็คือตัดตั้งฉากกับแกนยาว
ของผลึก (แกน c)
ถ้าตัดตั้งฉากได้อย่างแท้จริงแล้ว
จะได้สตาร์
ที่มีขาได้สัดส่วนเท่ากันหมดคมสวยไม่ว่าจะเอียงพลอยไป
ในทิศทางใด
หากเป็นพลอยทับทิมและไพลินมีสตาร์สมบูรณ์แบบ
เช่นนี้ราคาแพงมาก
ผู้ที่เจียระไนพลอยจึงต้องมีความชำนาญ
ในการเลือกตัดในทิศทางที่ถูกต้อง
มิฉะนั้นถ้าตัดไม่ตั้งฉากจริงๆ
ก็จะได้สตาร์เอียงๆ
ทำให้พลอยนั้นมีราคาลดลงไป |
|