ศิลปะเครื่องประดับ
ปัจจุบันสถาบันการเรียนการสอนศิลปะในมหาวิทยาลัย
และวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญศิลปะเครื่องประดับมาก
โดยเปิดสอน
และให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
ในต่างประเทศวิชาการออกแบบเครื่องประดับ
และการทำเครื่องประดับนี้เป็นวิชาเอก
และวิชาเลือกในระดับปริญญาตรี
ปริญญาโท และปริญญาเอกมานาน
แต่ในประเทศไทยเรานั้น
เพิ่งจะได้รับความสนใจ
อาจเป็นเพราะนักออกแบบเครื่องประดับ
( jewelry designer )
กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดเครื่องประดับ
และเครื่องประดับของไทยได้กลายเป็นสินค้าออกที่มีซื่อเสียง
เช่นเดียวกับสินค้าออกอื่นๆ
ความเด่นของเครื่องประดับในประเทศไทย
คือความงดงาม ประณีต ละเอียดอ่อน
และใช้วัสดุที่ธรรมชาติสร้างซึ่งหายากในต่างประเทศ
แต่มีมากในประเทศเรา เช่น
ทับทิมสยาม ไพลิน เขียวส่อง ฯลฯ
สิ่งดังกล่าวนี้ คือ
หินสีที่มีความสดใสเมื่อเจียระไนเล่นเหลี่ยมแล้ว
จะวาววับจับตา
ซึ่งราคาสูงมากเพราะหาได้ยาก
มีไม่มากนัก
ก่อนหน้าที่เครื่องประดับในประเทศไทย
จะก้าวไปสู่การเป็นสินค้าส่งออกนั้น
การออกแบบเครื่องประดับยังคงอยู่
ในรูปแบบซ้ำๆ
ที่เคยมีมาแต่ในอดีตยังไม่มีรูปแบบเครื่องประดับ
ที่แสดงออกถึงความคิดแปลกใหม่
ในงานเครื่องประดับ
แต่ในปัจจุบันการออกแบบเครื่องประดับได้กลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการสร้างสรรค์งานเครื่องประดับ
การออกแบบเครื่องประดับ
นักออกแบบจะต้องเรียนกฎเกณฑ์
ทฤษฎี ของการออกแบบก่อน
เพื่อจะนำไปใช้ให้เกิดความสวยงาม
ความกลมกลืน ฯลฯ
สำหรับรูปแบบที่จะเป็นโครงสร้างของเครื่องประดับชิ้นนั้นๆ
นักออกแบบเครื่องประดับจะต้องรู้ว่า
เครื่องประดับชิ้นนั้น
ใช้วัสดุอะไรทำ
และมีกระบวนการทำอย่างไร
การออกแบบใช่จะเพียงเขียนภาพระบายสีสวยงาม
เพราะแบบบางแบบ
ออกแบบได้สวยงามแต่ไม่อาจทำอะไรได้ตามแบบ
เพราะนักออกแบบออกแบบได้แต่ไม่รู้กระบวนการทำนั้นเอง
เช่นเดียวกับนักออกแบบเสื้อผ้า
ที่เขียนรูปเสื้อผ้าสวยๆได้
ออกแบบตามที่ตนจินตนาการ
แต่ไม่รู้โครงสร้างของเสื้อผ้า
แบบที่ออกไป
จึงไม่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง
เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น
ซึ่งคุณค่าของงานก็แตกต่างกันด้วย
การศึกษาด้วยการดูมากๆ
พิจารณาการออกแบบจากของจริง
จากหนังสือการออกแบบเครื่องประดับ
มีส่วนช่วยให้เห็น
ข้อดีข้อเสียจากการออกแบบเครื่องประดับได้อย่างมาก
เครื่องประดับเป็นงานศิลปะหรืองานช่าง
เครื่องประดับเป็นได้ทั้งงานศิลปะ
และงานช่าง
ความแตกต่างอยู่ที่จุดมุ่งหมายของนักออกแบบว่าจะเน้นจุดใด
เครื่องประดับที่เป็นงานช่าง
รูปแบบและวัสดุจะสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่
คำนึงถึงการค้า
ไม่ได้คิดถึงความแปลกใหม่
ของรูปทรงสร้างสรรค์
วัสดุที่ใช้เน้นความมีราคา
ซึ่งต่างกับเครื่องประดับที่เป็นงานศิลปะ
ซึ่งมุ่งเน้น
ความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ทั้งรูปแบบ
วัสดุ และหน้าที่ใช้สอย
ผลงานที่สร้างจะมีเพียงชิ้นเดียว
สร้างตามพอใจของนักออกแบบ
วัสดุที่ใช้ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง
คุณค่าของงานจะอยู่ที่องค์ประกอบทั้งหมดของงานชิ้นนั้นๆ
มีความสัมพันธ์กัน
แม้จะใช้วัสดุที่ไม่มีราคาแพงมากทำก็กลับดูมีคุณค่า
มีความงามที่สะดุดตานั้นเอง
พื้นฐานของนักออกแบบเครื่องประดับ
1.
มีความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่เสมอ
เพื่อให้ได้ผลงานแปลกตา
ความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบ
2.
พิจารณาความสัมพันธ์ของแบบ
เทคนิคในการทำ
เปรียบเทียบงานเครื่องประดับในลักษณะเดียวกัน
เพื่อหาข้อดีข้อเสีย
เพื่อปรับปรุงแก้ไข
ทุกครั้งที่พบเห็นงานเครื่องประดับให้ถามตนเองว่าชอบหรือไม่ชอบ
เพราะอะไร และโน้ตเก็บไว้ในสมุด
เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างงานครั้งต่อไป
3. สเก็ตช์แบบใว้ให้มาก
สเก็ตช์ขนาดเล็กๆ
การสเก็ตช์แบบมากๆ
ทำให้ได้ความคิดแปลกออกไป
ยิ่งสเก็ตช์มาก
ก็จะยิ่งได้รูปแปลกใหม่เพิ่มขึ้น
และเลือกแบบที่ดีที่สุดจากงานหลายชิ้นนั้นมาเขียนรายละเอียด
ลงสี
4.
หลังจากสเก็ตช์แบบเสร็จแล้ว
จำเป็นต้องทดลองทำหุ่นตามแบบด้วยกระดาษ
การทำหุ่นด้วยกระดาษ
จะทำให้นักออกแบบ
สามารถแก้ปัญหารูปทรงสามมิติจริงได้
และรู้ความสัมพันธ์ของโครงสร้างของส่วนรวมและส่วนปลีกย่อยอื่นๆ
เมื่อมีปัญหา
ก็สามารถลดตัดทอนในแบบได้
5.
รู้กระบวนการในการสร้างงานเครื่องประดับ
การทำเครื่องประดับแบ่งได้ 2
ขั้นใหญ่ๆ คื่อ
ก. ขั้นพื้นฐาน
การทำเครื่องประดับขั้นพื้นฐานนี้ได้แก่วิธีฉลุ
( sawing ) วิธีปั๊ม ( dapple ) วิธีพับ ( folding )
วิธีแขวน ( hanging ) วิธีทุบเคาะ ( repousse )
วิธีเชื่อมต่อหรือถักเชื่อม (
reticulation ) วิธีบัดกรี ( solder )
ซึ่งวิธีการทำดังกล่าวถ้าออกแบบแปลก
จะได้งานเครื่องประดับที่มีความสวยงาม
ใช้เครื่องมือทำง่ายๆ แต่รูปแบบ
แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์
และทำให้งานมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
วัสดุที่ใช้มักจะเป็นโลหะแผ่น
โลหะที่รีด
เป็นเส้นเหมือนเส้นลวด
ข. ขั้นประยุกต์
การทำเครื่องประดับในขั้นนี้
ได้แก่ วิธีหล่อ ( casting )
วิธีหลอมละลาย ( fusing ) วิธีเคลือบ
(enameling) และวิธีฝังหินแบบตะเข็บ ( bezel )
ขั้นประยุกต์นี้
นักออกแบบสามารถนำวิธีในขั้นพื้นฐานมาใช้ร่วมได้
พลิกแพลงรูปแบบการสร้างสรรค์ได้มากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม
การออกแบบเครื่องประดับที่จะทำให้นักออกแบบเครื่องประดับประสบผลสำเร็จได้นั้น
มักจะเป็นการออกแบบเครื่องประดับที่เป็นงานศิลปะ
มากกว่าเครื่องประดับที่เป็นงานช่าง
นักออกแบบเครื่องประดับ
ที่มีความสามารถมาก
สามารถสร้างวัสดุราคาถูกให้กลายเป็นสิ่งมีคุณค่าราคาสูงได้ด้วย
การออกแบบ
จำเป็นจะต้องศึกษาเฉพาะรูปแบบ
เช่น การออกแบบแหวน
การออกแบบสร้อยคอ
การออกแบบเข็มกลัดติตเสื้อ
การออกแบบกำไลข้อมือ ฯลฯ
สิ่งต่างๆ
เหล่านี้จะมีความแตกต่างอยู่ในหน้าที่ของมัน
นักออกแบบจำเป็นต้องศึกษาในรายละเอียดของสิ่งต่างๆ
เครื่องประดับกับผู้หญิง
เครื่องประดับกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน
ผู้หญิงส่วนใหญ่นิยมใช้เครื่องประดับไม่ว่าจะเป็นแหวน
ต่างหู สร้อยคอ สร้อยข้อมือ
และอื่นๆ
อีกมากมายที่ใช้ในการประดับร่างกายเพื่อความสวยงาม
นอกจากเครื่องประดับจะใช้ประดับเพื่อความสวยงามแล้ว
ยังบอกรสนิยมของผู้ใช้
และเสริมบุคลิกให้เด่นเป็นสง่าได้อีกด้วย
เครื่องประดับส่วนใหญ่จะออกแบบเหมือนกันเป็นส่วนมาก
ทั้งนี้ผู้ออกแบบเองถือความนิยม
ความต้องการของตลาดเป็นหลัก
ดังนั้น
งานเครื่องประดับที่เห็นจึงมักจะเป็นการออกแบบซ้ำซากกันทั้งรูปทรง
และวัสดุ
การทำเครื่องประดับนับเป็นงานศิลปะ
หรือไม่ขึ้นอยู่กับนักออกแบบนั่นเอง
หากนักออกแบบมุ่งเอาใจความต้องการของคนส่วนใหญ่เพื่อต้องการขาย
และออกแบบสนองความต้องการของคนเหล่านั้น
การออกแบบจะอยู่ในวงจำกัด
ไม่สามารถคิดสร้างสรรค์ผลงานใหม่ได้
เพราะความกลัวว่างานจะไม่เป็นที่นิยมของตลาด
ผลงานนั้นมีเพียงชิ้นเดียว
ไม่สามารถทำซ้ำได้อีก
งานเครื่องประดับนั้น
จะเป็นงานศิลปะ ดังนั้น
นักออกแบบเครื่องประดับจึงต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในด้านรูปทรงและวัสดุที่จะใช้
การทำเครื่องประดับนั้นมีหลายวิธี
อาจจะใช้วัสดุมาร้อยประกอบ
บัดกรี และหล่อ
การหล่อและบัดกรีนิยมใช้ในโลหะรูปพรรณ
ศิลปะเครื่องประดับส่วนใหญ่จะใช้วิธีบัดกรี
และวิธีหลอม
เพราะสามารถสร้างงานได้
หลายรูปทรง
โดยเฉพาะวิธีหล่อเป็นที่นิยมมาก
เพราะจะได้งานละเอียดชิ้นเดียว
ในงานเครื่องประดับที่เป็นงานอุตสาหกรรม
จะใช้วิธีหล่อหลายชิ้นในเวลาเดียวกัน
และเหมือนๆ กัน
งานเครื่องประดับเป็นเสมือนงานประติมากรรมชิ้นเล็กๆ
ที่มีคุณค่าทางความงามในด้านรูปทรง
และผลรวมของความงามทางศิลปะหลายด้านไว้ดัวยกัน
ดังนั้น
งานเครื่องประดับนอกจากจะเน้นคุณค่าของรูปทรง
ความงดงามของโครงสร้าง
ยังต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ของวัสดุด้วย
เรามักจะเน้นคุณค่าของวัสดุที่ใช้ทำเครื่องประดับมากกว่ารูปแบบ
คือขอให้เป็นเพชร ทับทิม มรกต
ไพลิน และอื่นๆ ที่มีราคาไว้ก่อน
แบบสวยหรือสร้างสรรค์หรือไม่เอาไว้ดูทีหลัง
นั้นหมายถึงเครื่องประดับที่เน้นคุณค่าทางราคา
มากกว่าคุณค่าทางความงาม
รูปทรงและความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบ
แต่ผู้หญิงสมัยใหม่นิยมที่จะใช้เครื่องประดับแปลกๆ
มีความสวยงามของรูปทรงแปลกตา
ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบ
มากกว่าราคาของเครื่องประดับ
เราจะเห็นว่าเครื่องประดับที่ทำจากวัสดุราคาถูก
เช่น เงิน ทองเหลือง
แต่ก็มีรูปแบบแปลกตาหวือหวา
ราคาจะแพงขึ้นทันที
บางคนอาจจะคิดว่าก็วัสดุถูกๆ
ทำไมราคาถึงแพงได้
ที่ว่ามีราคาแพงก็เพราะคุณค่าอยู่ที่การออกแบบ
เพราะผู้สร้างเขาเน้นที่แบบ
มากกว่าวัสดุ
และเพราะการออกแบบที่ดีนั่นเอง
ที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์อันงดงามระหว่างรูปแบบ
และวัสดุที่ใช้ |